ความรู้เกี่ยวกับ อ.ย ว่าด้วย
                                                            เรื่อง เครื่องสำอาง

    เครื่องสำอางพื้นฐาน ซึ่งเป็นการผลิตเครื่องสำอางทั่วไป ไม่ต้องขออนุญาตผลิตเพียงแต่ต้องจัดทำฉลาก
ภาษาไทย ตามประกาศของคณะกรรมการเครื่องสำอางให้ครบถ้วนและต้องไม่มีสารห้ามใช้ สารควบคุม หรือ
สารควบคุมพิเศษ ในเครื่องสำอางตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

   - รายการสารควบคุมพิเศษ   เป็นสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายค่อนข้างสูง ต่อผู้ใช้เครื่องสำอางที่มีสารนี้เป็นส่วนประกอบ
   - รายการสารควบคุม    เป็นสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เครื่องสำอางที่มีสารนี้เป็นส่วนประกอบ
   - รายการสารห้ามใช้    เป็นสารที่ไม่อนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางทุกชนิด
   - รายการสีที่อนุญาตให้ใช้   เป็นสารที่อนุญาตให้ใช้เป็นสารแต่งสีของเครื่องสำอางทุกชนิด

      ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจัดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ >>ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เป็นเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคเนื่องจากพิษภัย
    หรืออันตรายของเคมีภัณฑ์ที่เป็นส่วนผสม การกำกับดูแลจึงเข้มงวดที่สุด ด้วยการมาขึ้นทะเบียนตำรับ
    เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเรียบร้อยแล้วจึงจะผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้
    เครื่องสำอางที่จัดเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ได้แก่ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารควบคุมพิเศษ
    ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535
    ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
    ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไหมขัดฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
    น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของเซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
    ผลิตภัณฑ์ดัดผม ยืดผม ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม  , ผลิตภัณฑ์กำจัดขน หรือทำให้ขนร่วง

  2. เครื่องสำอางควบคุม เป็นเครื่องสำอางกลุ่มที่อาจมีผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบ้างแต่น้อยกว่า
    เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ การกำกับดูแลจึงไม่เข้มงวดเท่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษผู้ประกอบการธุรกิจเพียงมาแจ้ง
    รายละเอียดต่อหน่วยงานรัฐ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร
  3. เครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่ เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของสารควบคุมพิเศษ หรือสารควบคุม
    จะมีข้อกำหนดในการผลิตหรือนำเข้าดังนี้
    1. เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้โดยไม่ต้องมาแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
      เพียงแต่จัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ชัดเจน ตามที่กฎหมาย (ส่วนข้อความอื่นๆ
      บนฉลากต้องเป็นความจริง และมีเอกสารหลักฐานพร้อมพิสูจน์ได้)
    2. เครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องส่งมอบหลักฐานประกอบการนำเข้า
      และต้องจัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนด ภายใน 30 วัน
      หลังจากได้รับการตรวจปล่อยให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร (ส่วนข้อความอื่นๆ บนฉลากต้องเป็นความจริง
      และมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้)
      ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่ แชมพูสระผม หรือ ครีมนวด ที่ไม่มีสารขจัดรังแค
      โลชั่น, ครีมบำรุง, น้ำมันทาผิวอายแชโดว์, อายไลเนอร์,  ดินสอเขียนคิ้ว,  บลัชออนแต่งแก้ม,  ลิปสติก, 
      ครีมรองพื้น,แป้งทาหน้าสบู่ก้อน, สบู่เหลว, โฟม, เครื่องสำอางระงับกลิ่นกาย,  สีทาเล็บ, 
      มูส หรือเยลแต่งผม เป็นต้น

      อ้างอิงมาจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
      http://www.fda.moph.go.th   หรือ กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง
      http://www.fda.moph.go.th/e-cosmetic_v2/frontend/theme_3/index.php?Submit=Clear&Lang=0
 
   
 
 
Copyright@2008   BIOTECHNOLOGY & BUSINESS Co.,LTD
104/100 Moo 10 Bangkae Bangkok 10160 Tel. 0-2444-4484-7 , Fax. 0-2444-4488
Email.spirulina2004@hotmail.com , www.thummachartshop.com